วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552





ประวัติกล้องถ่ายรูป



มนุษย์ในสมัยที่ยังไม่มีการประดิษฐ์คิดค้นกล้องถ่ายภาพขึ้นมานั้น ใช้การวาดภาพในการบันทึกความทรงจำและสื่อความหมายต่างๆ แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 19 นั้น รูปได้คิดค้นกระบวนการถ่ายภาพขึ้นจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 2 สาขา คือ
1.) ฟิสิกส์ ได้แก่เรื่องของแสงและกล้องถ่ายภาพ
2.) เคมี ได้แก่เรื่องเกี่ยวกับสารไวแสงและน้ำยาสร้างภาพ
การถ่ายภาพเป็นการรวม 2 หลักการที่สำคัญเข้าด้วยกัน คือ การทำให้เกิดภาพจำลองของวัตถุ ไปปรากฏบนฉากรองรับ และการใช้สื่อกลางในการบันทึกภาพจำลองให้ปรากฏอยู่ได้อย่างคงทนถาวร
อริสโตเติล นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีกเป็นผู้บันทึกหลักการแรกไว้เมื่อ 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งมีใจความว่า.. "ถ้าเราปล่อยให้ลำแสงผ่านเข้าไปทางรูเล็กๆ ในห้องมืด ถือกระดาษขาวให้ห่างจากรูรับแสงประมาณ 15 ซม. จะปรากฏภาพหัวกลับที่ไม่ค่อยชัดเจนนักบนกระดาษ"
ต่อมาจึงได้ใช้หลักการนี้ในการประดิษฐ์ "กล้องออบคิวรา" ซึ่งเป็นภาษาละติน หมายถึง "ห้องมืด" หรือที่ชาวไทยเรียกกันว่า "กล้องรูเข็ม" นั่นเอง
วิชาถ่ายภาพตรงกับภาษาอังกฤษว่า "Photography" มาจากคำศัพท์ในภาษากรีก โดย "Phos = แสงสว่าง" และ "Graphein = เขียน" เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง "เขียนด้วยแสงสว่าง แต่ในปัจจุบันนี้ หมายถึง วิชาที่ว่าด้วยการทำให้ภาพเกิดขึ้นโดยใช้แสงสว่างมากระทบกับวัสดุไวแสง และครอบคลุมไปถึงการถ่ายรูป การล้างฟิล์ม การอัดขยายภาพ และกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน
กล่าวโดยสรุป วิชาการถ่ายรูปก็คือ "ความรู้ที่ว่าด้วยกระบวนแห่งการสร้างรูปโดยอาศัยแสงสว่างเข้าช่วย" นั่นเอง
สำหรับการถ่ายภาพในประเทศไทยนั้น ได้มีช่างถ่ายภาพคนแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ ท่านสังฆราชฝรั่งเศส นามปาเลอปัว ส่วนช่างถ่ายภาพชาวไทยคนแรก คือ พระยากระสาปน์กิจโกศล หรือ นายโหมด ต้นตระกูลอมาตยกุล ซึ่งมีชื่อเสียงในการถ่ายภาพเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และช่างถ่ายภาพที่มีผลงานเก็บรักษาในหอสมุดแห่งชาติจำนวนมากจนถึงปัจจุบันนี้ คือ หลวงอัคนีนฤมิตร หรือ นายจิตร เป็นช่างหลวงในสมัยรัชการที่ 4 และ 5 ซึ่งมีผลงานภาพถ่ายบุคคลทุกชนชั้น และยังมีภาพถ่ายสถานที่ ตลอดจนภาพเหตุการณ์ต่างๆ อีกด้วย


" วิธีการดูแลรักษากล้องถ่ายรูป ^^


วิธีการดูแลรักษากล้องที่ดีที่สุด ก็คือ ........ การนำกล้องมาใช้ แม้แต่กล้องที่เป็นกล้องสะสมหรือของหายาก การจะดูแลให้อยู่ได้นาน ๆ ก็ต้องมีการนำกล้องออกมาบริหาร นำมาใช้งาน ทีนี้เรื่องของการรักษากล้อง แต่ละคนก็มีความหมายไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าการรักษากล้องก็คือการทำให้กล้องดูดีเหมือนใหม่เสมอ ในกรณีนี้ก็จะมีการใช้งานที่ค่อนข้างระมัดระวังตัว ปกป้องกล้องหรืออุปกรณ์เกือบจะทุกจุดที่ทำได้ วิธีทั่ว ๆ ไป ที่เคยเห็นก็คือการหาสติกเกอร์มาปิดหุ้มส่วนต่าง ๆ ที่มีโอกาสโดนกระแทกได้ง่าย เพื่อไม่ให้สีหลุดลอกหรือถลอก ซึ่งวิธีการนี้ ก็คือการรักษากล้องแบบหนึ่ง การรักษากล้องอีกแบบ ก็คือ การรักษาสภาพการใช้งานให้ทำงานได้ ก็มีหลายคนที่ไม่เน้นการรักษาสภาพหรือริ้วรอยภายนอกของกล้องและอุปกรณ์ กลุ่มนี้ก็จะเน้นการนำกล้องมาใช้งานตามสภาพการทำงาน แต่รักษากล้องด้วยการคอยตรวจสอบดูแลฟังก์ชันต่าง ๆ ทั้งสองกลุ่มเหมือนกันตรงที่ "รักษาสภาพการใช้งานของกล้อง" กล้องหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ หรือรีโมทคอนโทรล (เกี่ยวตรงไหนหว่า ) การรักษาสภาพใช้งาน คือการนำออกมาใช้งาน และทำความสะอาดหลังการใช้งาน ..... การทำความสะอาดหลังการใช้งาน บางทีก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้ง หากนำกล้องไปถ่ายภาพนกบิน คนกินข้าว ถ่ายต้นมะพร้าว.... ก็อาจจะแค่เป่าฝุ่นเล็ก ๆ น้อยที่ติดมาบนกล้องหลังจากใช้งานสักสองสามครั้ง แต่ถ้าไปใช้ในสถานที่ที่มีปัจจัยทำร้ายวัสดุต่าง ๆ ของกล้อง เช่นที่ฝุ่นเยอะ ๆ ริมทะเล ที่ที่มีไอเสีย ควันหรือหมอกเยอะ ๆ กรณีนี้ก็ควรทำความสะอาดทันทีที่เลิกใช้งาน (ทำความสะอาดในสถานที่ที่เหมาะสมนะ ม่ายช่ายนั่งถ่ายรูปริมทะเล แล้วก็ถอดเลนส์ เปิดกระจก เป่าฝุ่นบนซีซีดีริมทะเลนั่นเลย ) วิธีรักษาสภาพภายนอกทั่ว ๆ ไปก็คือ เป่าฝุ่น เช็ดด้วยผ้า....ไมโครไฟเบอร์ หรือชามัวร์ (แท้) วิธีรักษาสภาพใช้งาน ก็คือ การนำกล้องมาใช้ตามสมควร ไม่พยายามงัดแงะ หรือถอดเล่นเอง แต่หากไม่มีโอกาสได้ใช้นาน ๆ ควรนำแบตเตอรี่ออกจากกล้องและอุปกรณ์ แล้วก็เก็บกล้องและอุปกรณ์ในที่ที่เหมาะสม


1. จับกล้องถ่ายภาพด้วยมือที่สะอาดอยู่เสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเคยจับแหนมสดก่อน แล้วไปจับกล้อง ทำให้ตัวเองหน้ามืดทุกทีที่ยกกล้องขึ้นมาถ่าย เนื่องจากกลิ่นแหนมสดนั้นไปติดอยู่ที่ปุ่มบริเวณหลังกล้องพอดี เล่นเอาแทบแย่

2. ไม่ควรให้กล้อง เปียก หรือว่าชื้นโดยไม่จำเป็น หากอยู่ในกรณีฉุกเฉินแนะนำให้ใช้ถุงพลาสติกห่อตัวกล้องและอุปกรณ์อื่นๆ ไว้

3. ควรมีกระเป๋ากล้อง โดยขนาดกระเป๋าไม่ควรใหญ่หรือเล็กจนเกินไป

4. วิธีทำความสะอาดภายนอกกล้องที่ดีที่สุดคือ ใช้ผ้าขนหนูนิ่มๆ + น้ำสบู่อ่อนบิดหมาดโคตร เช็ดรอบตัวกล้อง และเช็ดน้ำสบู่ออกด้วยน้ำอุ่นๆ สองสามที แล้วปิดท้ายด้วยการเช็ดด้วยผ้าแห้ง ระวังอย่าให้น้ำซึมเข้าไปในกล้อง แม้แต่เพียงเล็กน้อย การทำความสะอาดแบบนี้ควรทำเมื่อกล้องสกปรกจากคราบต่างๆ รวมทั้งหลังจากกลับจากเที่ยวทะเล (เพื่อกำจัดไอเค็มออกจากกล้องและอุปกรณ์)

5. ไม่ควรให้ฝุ่นจับกล้อง ควรปัด เป่าฝุ่นออกจากทุกชิ้นส่วนของกล้องและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งกระเป๋ากล้องด้วย ควรจะทำให้มันปราศจากฝุ่น (หรือมีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้) แต่การเช็ดถูที่มากจนเกินไปก็จะทำให้กล้องเป็นรอยด้วย

6. ไม่ควรเก็บเสื้อผ้า หรือสิ่งที่สามารถเก็บสะสมความชื้นได้ไว้ในกระเป๋ากล้อง อุปกรณ์สำหรับดูแลรักษากล้อง 1. ผ้าสำหรับเช็ด แนะนำให้ใช้ผ้าสำหรับเช็ดแว่นตา 2. ลูกยางเป่าลม 3. แปรง สำหรับปัดฝุ่น 4. กระดาษเช็ดเลนส์และน้ำยา 5. คัตต้อนบัด (Cotton bud) 6. อุปกรณ์ทำความสะอาด CCD แต่จริงๆ แล้วแนะนำให้ศูนย์บริการ หรือว่าร้านทำความสะอาดให้จะดีกว่า แต่ถ้าอยากทำเอง แนะนำ Dust Aid แต่ถ้ามันแพงเกินไปก็ลองศึกษาวิธีที่เสี่ยงกว่าแต่ประหยัดกว่ามาก




ความรู้ - มุมกล้องกับช่องว่าง


การจัดองค์ประกอบภาพ นอกเหนือจากหลักการคร่าวๆ อย่าง กฎสามส่วนแล้ว หลักอีกหลายๆ อย่างที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดองค์ประกอบของภาพถ่าย เพื่อให้เกิดความสวยงาม น่าสนใจ ดูแล้วไม่เบื่อ หลักการต่อไปจะกล่าวถึง คือ เรื่องของมุมกล้องกับช่องว่างช่องว่าง การจัดองค์ประกอบภาพ หากจัดให้จุดเด่นอยู่ตรงกึ่งกลางภาพทุกรูปภาพที่ออกมาก็จะดูน่าเบื่อ ไม่มีมุมมองที่หลากหลาย และโอกาสที่จะได้ภาพที่แปลกใหม่ก็แทบจะไม่มีเลย การกำหนดช่องว่างภายในเฟรม จึงมีส่วนช่วยให้ภาพดูเหมะสม มีความหมาย และก่อให้เกิดความรู้สึกมากยิ่งขึ้น เช่น หากเรากำลังถ่ายรูปวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากเราจัดให้มีการเว้นช่องว่างในทิศทางที่วัตถุหันหรือเคลื่อนที่ไปนั้น ภาพที่ออกมาก็จะถูกคาดหมายว่าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เว้นว่างไว้ เช่น ภาพของการเคลื่อนที่ของรถยนต์ การแข่งม้า การขี่จักรยาน
ตัวอย่าง การเว้นช่องว่างเพื่อให้เกิดความรู้สึกเคลื่อนไหวไปข้างหน้า
มุมกล้อง



นอกจากช่องว่างจะมีผลต่อความรู้สึกของภาพถ่ายแล้ว การถ่ายภาพในมุมที่ต่างกัน ยังมีผลต่อความคิดความรู้สึกที่จะสื่อความหมายไปยังผู้ดูได้ เราอาจแบ่งมุมกล้องได้เป็น 3 ระดับ คือ
1.ภาพระดับสายตา คือ การถ่ายภาพในตำแหน่งที่อยู่ในระดับสายตาปรกติที่เรามองเห็น ขนานกับพื้นดิน ภาพที่จะได้จะให้ความรู้สึกเป็นปรกติธรรมดา
ภาพตัวอย่าง การถ่ายภาพในมุมมองปรกติ



2.ภาพมุมต่ำการถ่ายภาพในมุมต่ำ คือ การถ่ายในต่ำแหน่งที่ต่ำกว่าวัตถุ จะให้ความรู้สึกถึงความสูงใหญ่ ยิ่งใหญ่กว่าความเป็นจริง แสดงถึงความสง่า
ภาพตัวอย่าง การถ่ายภาพในมุมต่ำ



การถ่ายภาพมุมสูง คือ การตั้งกล้องถ่ายในต่ำแหน่งที่สูงกว่าวัตถุ ภาพที่ได้จะให้ความรู้สึกถึงความเล็กความต้อยต่ำ ไม่มีความสำคัญ

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2552





กล้องถ่ายภาพ

ภาพจำลองกล้องถ่ายภาพในปัจจุบัน
กล้องถ่ายภาพ หรือ กล้องถ่ายรูป เป็นอุปกรณ์บันทึกแสงที่สะท้อนจากวัตถุผ่านเลนส์ของกล้อง เป็นการจำลองภาพทางแสงให้บันทึกลงบนวัสดุไวแสง (ฟิล์มถ่ายภาพประเภทต่าง ๆ และ/หรือตัวรับภาพ - Image Sensor) บันทึกเป็นภาพแฝงบนวัสดุไวแสง ก่อนนำไปผ่านกระบวนการล้างให้เป็นภาพถ่ายถาวร
เนื้อหา[
ซ่อน]
1 ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ
1.1 ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ
2 กล้องถ่ายรูปแบบต่าง ๆ
3 รายชื่อผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพ
4 อ้างอิง
5 แหล่งข้อมูลอื่น
//

ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ

เลนส์ถ่ายภาพ - คือวัตถุที่ทำจากแก้วชนิดดีมีลักษณะกลม ในกล้องถ่ายภาพ เลนส์ทำหน้าที่รับภาพและรับแสงจากภายนอกตัวกล้องไปยังวัสดุไวแสง
ตัวกล้อง
ตัวรับภาพ (Image Sensor)
ไดอะแฟรม
ชัตเตอร์
ช่องมองภาพ
แฟลช

[แก้] ส่วนประกอบของกล้องถ่ายภาพ
เลนส์ - มีหน้าที่รวมแสงจากวัตถุ เพื่อให้ตกลงบนฟิล์มถ่ายภาพ CCD หรือ CMOS ของกล้องได้
ตัวถัง (Body) - ส่วนใหญ่จะทำจากอะลูมิเนียม หรือ พลาสติกอัดแข็ง เพื่อให้มีความแข็งแรงทนทาน โดยรูปร่างจะแบ่งออกตามประเภทของกล้อง
Image sensor - หรือตัวรับภาพซึ่งมีทั้งแบบฟิล์ม และแบบ Digital โดยแบบ Digital นั้นจะมีอุปกรณ์เช่น CCD, CMOS เป็นตัวรับภาพ ซึ่งทั้งฟิล์มและตัวรับภาพดิจิตอลนั้น จะทำหน้าที่ในการรับแสง โดยฟิล์มจะไปเก็บในรูปแบบปฏิกิริยาเคมีบนเนื้อฟิล์ม ส่วนแบบดิจิตอลจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าและทำหน้าที่ประมวลผลต่อไป CCD และ CMOS ซึ่งทำจาก Silicon ด้วยกันทั้งคู่ ต้นทุนการผลิต CCD จะสูงกว่า แต่ CCD จะมี Noise มากกว่ากว่า CMOS อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ขึ้นกับความสามารถของโปรแกรมของกล้องนั้นๆอีกด้วย บริษัทผู้ผลิตกล้อง ส่วนใหญ่มักจะใช้ CCD จาก Sony ซึ่งมีปัญหาใน CCD บางรุ่น
แบตเตอรี่ - แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบตเตอรี่ชนิด Li-ion (ลิเทียม ไอร์ออน) และ NiMH (นิกเกิล เมธัลไฮดราย) ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติเด่นคนละแบบ ซึ่งกล้องขนาดเล็กมักใช้ Li-ion เนื่องจากมีขนาดเล็กน้ำหนักเบา และเก็บประจุได้มาก ส่วน NiMH มักจะพบในกล้องระดับกลาง และ D-SLR จนถึง SLR เนื่องจาก เก็บประจุไฟได้มาก และสามารถหาเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย (สามารถใช้ แบตเตอรี่ชนิด AA ทดแทนได้)
ปุ่มควบคุม - แล้วแต่รุ่นและผู้ผลิต ปุ่มเหล่านี้จะเป็นตัวปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน
แฟลช - แฟลชจะเป็นตัวเพิ่มแสงในกรณีที่ภาพมืดเกินไป จนอาจจะทำให้เกิดการสั่นไหวของภาพ แต่การใช้แฟลชจะทำให้ อุณภูมิสีของภาพ เปลี่ยนแปลงไป ในกล้องดิจิตอลคอมแพค จะตั้งค่าแฟลชอัตโนมัติ

กล้องถ่ายรูปแบบต่าง ๆ
กล้องกลาง หรือ มีเดียมฟอร์แมท (Medium Format) จะใช้ฟิล์มแบบ 120 โดยในหนึ่งม้วนจะมีแค่ 12 รูปหรือ 24 รูปเท่านั้น
กล้องของเล่น หรือ กล้องทอย (Toy) เป็นกล้องถ่ายรูปราคาถูก โดยมากผลิตจากพลาสติก ทั้งส่วนตัวกล้องและเลนส์ และไม่มีระบบไฟฟ้าอื่นๆ
กล้องบ๊อกซ์
กล้องคอมแพค
กล้องแบบมีเครื่องหาระยะ (Range Finder)
กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว 35 มม. (Single Lens Reflection) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่ากล้อง
SLR
กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว 120 มม.
กล้องสะท้อนภาพเลนส์คู่ (Twin Lens Reflection)
กล้องหนังสือพิมพ์
กล้องใหญ่ (Large Format)

การถ่ายภาพ



วิธีถ่ายรูปให้ดูดี เกินจริง
บอกเพื่อนด้วย Link:
เคยดูกระเป๋าตังเพื่อนแล้วเห็นรูปแฟนเพื่อนของเพื่อนน่ารัดน่ากอดมะ แล้วพอเห็นตัวจริงแล้ว เอ่อ..วันนี้มีคำแนะนำสำหรับท่านที่มีปัญหาถ่ายรูปแล้วมันดูไม่ดีเหมือนตัวจริงเท่าตัวจริง
1. เลือกเสื้อสีเหมาะกับผิว บางสีทำให้ดูเด่น อย่างคนผิวดำมากๆใส่ออกครีมๆเรียบๆดูดี
2. หันสิว ไฝ ฝ้า กลาก เกลื้อน หลบกล้อง
3. หามุมท่าไม้ตาย ลองหันหน้าเอามุมต่างๆเข้ากล้องแล้วดูว่ามุมไหนดูดีสุด จำไว้แล้วใช้บ่อยๆ
4. คางตูดออกไป คนคางตูดก้มหน้านิดๆ หรือเอามือมาทำเป็นเท้าคางบังตูดบนคางซะ
5. ผ่อนคลาย บางคนเห็นกล้องแล้วเกร็งจนหน้าเด๋อ หายใจลึกๆ ลืมซะว่ามีกล้องอยู่
6. คิดเรื่องขำๆ จะได้ยิ้มธรรมชาติ คนที่ขำจนฟันเหยินอันนี้ไม่แนะนำ
7. ยิ้มหวานเยิ้ม คิดซะว่ากล้องเป็นกิ๊กใหม่ แต่ระวัง เวลาคิดถึงคนที่เราอยาก…(จุ๊กกรู้)มากๆ ความหื่นจะเข้ากล้อง
8. หลังตรงอกแอ่น สาวๆแอ่นก้นด้วย
9. ทำตัว 3D นางแบบอาชีพใช้ร่างกาย 3 ใน 4 เข้าใกล้กล้อง ที่เหลือเลื่อนออกไปไกลหน่อย
10. ถ่ายที่มืด มองเหนือกล้องนิดๆจะได้ไม่เป็นผีตาแดง

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

I3LuEI3errY

I3LuEI3errY มาแว้วคร่ะ